| LoOg-mAi's profile''**~~>>...LoOg-maI...<<...PhotosBlogLists | Help |
|
March 28 TV Show กับคำว่า เทพและไทยที่แทนกันไม่ได้เมื่อกี้นั่งดู นภ...เพลินในทไวไลท์
สวีทกี๊ดก๊าดมากๆ...สะท้อนใจจริงๆ
ชั้นจะขึ้นคานมั้ยเนี่ย?? ชั้นพาตัวเองมาอยู่ปากบันไดคานได้ยังไง??
พี่มิก มิ้น etcบอกว่าเราอ่ะมันเรื่องมากช่างเลือก...บ้าหรอ...จะมีปัญญาไปเลือกใครในเมื่อไม่มีตัวเลือกให้เลือกซักกะตัว
ไม่มีปรนัย...มีแค่อัตนัยที่ไม่มีคำตอบ...ถูกblankเอาไว้
(โอ๊ยยย...ไม่คมหรอกค่ะไม่ค๊มมม)
แต่ถ้ากะอีแค่การหาคคำตอบ...การหาคนนั้นคนที่เราจะสามารถอยู่ด้วยได้อย่างสบายใจ
คนที่เราจะสามารถนั่งมองหน้าเค้านานๆโดยไม่ขำไม่ฮา
คนที่นั่งอยู่ด้วยกันเฉยๆนิ่งๆเงียบๆ...ก้อสุขได้(แบบไซเลนไนท์...แต่ไม่เอาไซเรนเลิฟนะ...5555)
คนที่แค่ถือหูโทรศัพท์โดยไม่ต้องพูดก้อโอเคแล้ว...
ถ้าแค่นี้ถือว่าเป็นโจทย์ที่ยากไปเกินกว่าจะหาคำตอบได้
กรูก้อคงได้ขึ้นคานมันคราวนี้
การหาคนดีๆมันจะยากอะไรขนาดน้านนนน
คนดีๆมันเป็นเข็มหรือไง...ชั้นถึงต้องไปงมหาในมหาสมุทร
(อ่ะโห...คมอีกแล้วเว้ยเฮ้ย)
แต่ก็บ่นไปงั้น
เป็นอารมณ์อินกับทีวี...ถ้าไม่ได้ดูทีวีก้อไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เล้ย
ทีวีนี่มันช่างทรงอิทธิพลต่อสมองน้อยๆของเรานัก
หรือว่ามันจะเป็นพันธุกรรม???
พี่ชายเราเห็นโฆษณาของกินในทีวีเป็นไม่ได้...ต้องอยากกินตาม....ตลอด...
คงเหมือนกันแหละน่า...เราเหนคู่สวิทดิ๊ดดิ้วขนาดนั้นในทีวี...เราก้อต้องอยากมีมั่งดิ๊
ก้อมันเป็นพันธุกรรมหนิหว่า55555
(โทษปี่โทษกลองกันเห็นๆละแก)
จะว่าไปเรื่องที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเรื่องฝึกงานตั้งหาก
วันนั้น...ไปสมัครธนาคารกรุงเทพ
เรียบร้อยมาก
ผมรัดแน่นเปรี๊ยะ...กระโปรงคลุมเข่า...รองเท้าทุ้มหมด
กะว่าappearanceดีสุดๆเท่าที่ร่างกายในปัจจุบันจะสามารถgenerateให้ได้แล้วอะไรแบบนั้น
ยื่นresume พร้อมtranscriptที่ไม่ค่อยสวยหรูเท่าไหร่ให้เค้าไป
แต่ไม่เปนไร
เค้ารับไปอ่านเค้าก้อไม่ได้ด่าทอว่าเกรดทุเรศทุรังอะไร
การสัมภาษณ์เยี่ยมยอด
ถามมา-ตอบไป
ฉะฉานเป็นที่หนึ่ง
เหลือบไปเห็นหัวresumemที่ยื่นไปแล้ว
ทำให้นึกขึ้นได้ว่า...เอกสารฉบับนี้เคยได้ถูกfaxไปให้ธนาคารกรุงไทยแล้วเมื่อครั้งหนึ่ง
และresumeนั้นก็จั่วหัวด้วยfontอย่างหนาตราช้างว่า
"เรื่องขอสมัครงานที่ธนาคารกรุงไทย..."
...จบข่าว...
March 11 ไว้อาลัยเมื่อวันพรึหัดที่ผ่านเป็นวันสอบวันสุดท้าย
ตื่นเต้นมาก...
ตอนสอบไม่มีกะจิตกะใจทำสอบเลย
ดังจะเห็นได้จาก...
โจทย์:ภาวะหนี้สินของประเทศไทยในตอนนี้...........
ใจ:โอ้ยทะเล๊ทะเล ทะเลพงันจะเป็นไงว้า
โจทย์:การลงทุนต่อไปจะเป็น...........................
ใจ:อ๊าย พงั๊นพงัน full moon partyจะเป็นไงน๊า
โจทย์:อธิบายPIHเปรียบเทียบกับ LCHแล้วอธิบาย.....
ใจ:โห...ขึ้นเรือนานแน่ๆครั้งนี้ต้องห้ามลืมยาแก้เมาเรือนะเนี่ย
โจทย์:การที่ประเทศไทยดำเนินนโยบายงบประมาณ...
ใจ:อ๊ายๆๆๆแล้วตั๋วรถไฟต้องจองมั๊ยเนี่ยยยยย
ฯลฯร้อยแปดพันเก้า
แล้วทำข้อสอบไปก้อเคี้ยวหมากฝรั่งไป เพราะพ่อบอกว่าเคี้ยวหมากฝรั่งจะทำให้สมองแล่นฉิว
ยัดเดนทีนไปสองก้อนเต็มๆ
เมื่อเดนทีนสองก้อนบวกกับอาการเหม่อลอยถึงทะเลพงัน
บวกกับอาจารย์เดินผ่านมาเอาสมุดเล่มใหม่มาแจกแบบไม่ทันตั้งตัว
ถึงกับตกใจ...
กลืนหมากฝรั่งเข้าไปเลยฮ่ะ
ชะรอยว่าหมากจะติดคอ...
แต่ทำไรไม่ได้ไม่กล้าโวยวายกลัวอาจารย์ด่า
ก้อพยายามช่วยเหลือตัวเองเต็มที่
ทั้งทุบอก ลูบคอ...แล้วหมากมันก็เบลอๆหายลงคอไป
เยี่ยมมาก!!!!พ่อคงจะภูมิใจ
แล้วก็ได้ไปดูหนังเกาหลี
the beast and the beauty
หนังสนุกสนาน น่ารัก กุ๊กกิ๊ก ดุ๊กดิ๊กมาก
แต่...มีกลิ่นอะไรไม่รู้ลอยมาเป็นพักๆ...ชวนให้อรรถรสของหนังป่นปี้ไปไม่น้อย
แล้วก็กลับบ้านมาทำรายงาน
มันแย่มาก
สอบเสดแล้วแต่มีรายงานยี่สิบกว่าหน้าที่ยังต้องทำ
เหมือนอึไม่สุดก้อน...
เรียกว่าอารมณ์ท้องผูก
การทำรายงานเยอะๆแบบนี้ในเวลาสอบเสดแบบนี้เรียกว่าท้องผูกมากๆ
เอาเป็นว่าวันนี้ก็แปะๆแมะๆรายงานจนเสดมาได้สามสิบกว่าหน้า
ภูมิใจแบบสุดก้อนเลยค่ะ
เมื่อหกโมงดูจังกึม..ตอนจบ
พระเจ้าจุนจงตายอ่ะ...ตายได้เส้ามากๆ
แต่ที่เส้ากว่านั้นคือจะไม่ได้เห็นใต้เท้ามินทุกวันเสาร์อาทิตย์อีกแล้ว
ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ร่วมไว้อาลัย...ใต้เท้ามิน...
February 06 ลอตเตอรี่บอยหลังจากที่ได้ยินคำถามแบบซิมเปิ้ลๆจากเพื่อนแม่ว่า
"ลูกเคยกินลอตตี้บอยยังจ๊ะ...น้ากินแล้วล่ะ ก้อทำมะดาๆนะ"
มันทำให้เราตระหนักว่า
ณ.บัดนี้...เพื่อนแม่(หกสิบแล้ว...)วัยรุ่นกว่าเราอีก
เพราะเราอ่ะ...ยังไม่เคยได้เห็นรูปร่างหน้าตามันด้วยซ้ำ
ว่าให้ลอตตี้เนี่ยมันเปนไง...เคยแต่ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้าง
(อีหนมปังบ้า...ทำตัวยังกะยูนิคอร์น)
จำได้ว่าเมื่อก่อนตอนดูพวกทีวีแชมเปี้ยนแล้วเห็นคนไปยืนต่อคิวพวกร้านก๋วยเตี๋ยวร้านขนมไรงี้
จะด่าเกรียวชะรูด...อารมว่าไม่มีไรทำกันแล้วหรอ
ชีวิตมันไร้แก่นสารขนาดนั้นกันเรยใช่มั้ยคะ
ยิ่งพอมาเห็นที่เมืองไทยใกล้ตัวขึ้นยิ่งขำ
ตรงข้ามมีดังกิ้น มีกาโต้ ไปยืนต่อแถวหน้าร้านพวกนั้นบ้างซิคะไรงี้ ...จนในที่สุด...
ก็ถึงวันนี้วันที่เราตัดสินใจใช้เวลา45นาทีที่มีค่าไปยืนต่อแถวซื้อขนมปัง
45นาทีนี้มีคนมาพยายามผูกมิตรกับเรามากมายเพื่อฝากเราซื้อ
เราเลยรู้จักคนเพิ่มขึ้นเยอะเลย
มีเพื่อนบางคนบอกว่าตัวเองไปรอตั้งเกือบสามชม...
จะบ้าหรอคะ...สามชม
สามชมดิชั้นคงหาแฟนมีสามี มีลูกส่งลูกเรียนจบปริญญาจนมีหลานอีกทีได้เลยล่ะค่ะ
ตลอด45นาทีจะมีกลิ่นหนมปังถูกปล่อยมาเป็นพักๆ
คาดว่าเปนแผนการตลาด
ไม่ให้คนที่ต่อแถวหนีไปไหน...อารมว่าพอคนคิดจะหนีก้อมีกลิ่นมาล่อไว้
เปรียบเสมือนคุกกลิ่นหนมปังนั้นเอง
สุดท้ายพอได้กินจิงๆ
ตกใจมาก
ตกใจมากจิงๆ
ตกใจจิงๆนะ
ว่า
กูยืนเข้าไปได้ไงสี่สิบห้านาทีเพื่อขนมปังทำมะดาๆเฟือๆเยี่ยงนี้
คือใครไม่เคยกิน
ขอบอกว่าพอกินเข้าไปอ่ะ กลิ่นมันไม่ได้หอมหวลเหมือนที่มันปล่อยออกมาเลยนะ
ดังนั้น
ขอฝากเปนอุทาหรว่า
รอมันเลิกฮิตก่อนละกันแล้วค่อยไปกิน
เพราะมันเป็นขนมที่อร่อยแบบ"เดินผ่านซื้อ"
ไม่ใช่ขนมอร่อยแบบ"ต่อแถวชั่วโมงนึงแล้วซื้อ"
จบแล้วจ่ะ
ป.ล.วันนี้ดูชั้นเครียดจัง...สงสัยเพราะไปต่อแถวนาน ฮิๆๆๆๆ January 27 เพลงติดปากเคยเป็นกันบ้างป่ะ...
เวลาได้ยินเพลงอะไรนิดๆหน่อยๆมันจะติดหูแบบเอาไม่ออก
ยิ่งเพลงที่ไม่ชอบนี่มันยิ่งติดมาก
ใครไม่เป็นก้อขอขอเล่าให้ฟังเป็นประสบการณ์...
การสอบมิดเทอมที่ผ่านมา
นึกกันออกนะว่าเวลาสอบเนี่ยแล้วมันต้องการสมาธิในการเขียนบรรยายความคิดตัวเองแค่ไหน
แต่รู้มั้ยฮะ...ในความคิดดิชั้นมีเรื่องอะไรบ้าง
เรื่องสอบน่ะมันไม่ค่อยจะมีเลย
มีแต่ประโยคเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัว...
เฮ ฮี หล่า เย ฮี ลา ยู ยู่ อยู่ ยู ฉี่ ลู หู้ ชี ลู หู ชา ลา ฮา ฮู ลา ยู
...
...
มันคือทำนองเพลงประกอบแดจังกึม...
คือภาษาเกาหลีน่ะ...ฟังไม่รู้เรื่องหรอกนะ...แต่อยากมีส่วนร่วม...เล็กน้อยก้อเอาฮ่าๆๆๆๆ
บ้าป่ะละ???
สรุป...คะแนนสอบแด(ก)(ไม่ลง)จัง(เลยกู)กึม(กึ่มกึ๊ม)
ย้อนไปตอนม.6 ประมาณปีที่แล้ว(ฮิๆๆๆๆ)
ไปเที่ยวกะเพื่อน
แฟนเพื่อนโทรมาหามันบ่อยมาก
โทรศัพท์เพื่อนเป็นทำนอง
ติ๊ด ตะติ๊ด ติ่ด ติ๊ด....ประมาณนี้
ขณะกำลังเดินชายทะเลอยู่ดีๆเสียงนี้ก้อลอยมากับลมทะเล
"ติ๊ด ตะติ๊ด ติ่ด ติ๊ด"
แต่คราวนี้เสียงมันไม่ได้มาจากมือถือฮ่ะ
มันมาจากปากสวยๆของกรูเอง
ฮิๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
บ้ามั๊ยล่ะ
นี่แค่แซมเปิ้นๆเล็กๆน้อยๆ
คือนึกเรื่องใหญ่ๆไม่ค่อยจะออกแต่อยากจะเขียนระบายขี้
ใครก้ได้ช่วยมาร้องเพลงบอกรักให้ติดหูเราที
จะได้ติดปากไปร้องให้เซมฟัง
อิอิอิอิอิอิ
รักทุกคนแบบใหญ่ๆ
January 25 ไร้สาระชิงๆเรยไปซื้อแป้งใหม่
คนขายหน้าวอกมาก
เราถามเค้าว่าใช้แป้งเบอไรดี
เค้าบอกเบอนี้ซิ
เราบอก
ไม่วอกไปหรือ
เค้าบอกไม่หรอกพี่ดำกว่าน้องยังใช้เลย
ในความเงียบที่ตามมา
เรากับบันดิดมองหน้ากันพร้อมกับมีความคิดที่เหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมาย
"ก้อเออซิ....ไม่มีใครเถียงหนิว่าหน้าพี่ไม่วอก...ตุ่นเป็นลูกชิ้นมาเชียวหนิ"
....ทำไมแกเรวแบบนี้เค้าอุดส่ามาช่วย5555....
ไปซื้อกระโปรงใหม่
เห็นมันถูก
เพราะมันลดราคา
เน้น...ว่าซื้อเพราะมันลดราคา...และมันถูก
สีชมพู...ผ้าพริ้วๆ
ระรื่นหลั่นล้ามากๆ
กลับมาลองที่บ้าน
แม่ง...ไม่เข้ากับหน้าเลยค่ะ
กูเก่งมากค่ะ...ใส่กระโปงแล้วยังอุดส่าดูแมนได้อีก
....ข้อคิดวันนี้ คือ อย่าเห็นแก่ของถูก เพราะคุณอาจดูเหมือนกะเทยได้ง่ายๆ...
....แกบ้าป่ะเนี่ย เกี่ยวไร๊....
สรุป...วันนี้ไม่มีสาระ...เพราะอกหักรักคุด...ช่วยด้วยค่ะ
January 13 สอบอังกิดLOITERING
มันแปลว่าเดิน...ทำไมต้องloitering...
กูจะwalkไม่ได้หรือไง
NEXUS
มันแปลว่าเชื่อมต่อ....ทำไมต้องnexus...
กรูจะlinkไม่ได้ชิมิ??
....etc คำถามนี้เกิดขึ้นในใจเป็นจำนวนมากหลังจากที่เมื่อวานได้ศึกษาศัพท์ที่ต้องใช้สอบวันนี้
ศัพท์แต่ละตัวที่ท่องไปเหมือนกับกำลังท่องภาษาบาลี
คือไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
และไม่คิดว่าในชีวิตภายภาคหน้าจะต้องหยิบมันมาใช้ด้วย
เพราะพวกเราคงไม่loiteringไปห้องน้ำ....ถูกมั้ย????
เพราะเราwalkไปห้องน้ำตั้งหาก....หรือถ้ารีบหน่อย...เราก้อจะrun แต่เราจะไม่loiteringกันแน่ๆใช่มั้ยคะ???
หลังจากที่พยายามหาความเชื่อมโยงให้กับศัพท์หลายๆคำ
เช่น...
penchant
chantคล้องกับชอบ...penแปลว่าปากกา...
กว่าที่หมึกปากกาจะเขียนคำว่าชอบหมดคงจะได้คำว่า"ชอบ"เยอะมากใช่มั๊ย
งั้นก้อแปลว่า"ชอบมาก"
(กูจะlike very muchไม่ได้ชิมิ??)
lament
คำนี้คล้องกับคำว่า"ลาเหม็น"
ลามันตัวเหม็นมันต้องไม่ดีใจไม่มีความสุขแน่ๆ
เพราะฉะนั้นคำนี้แปลว่า "เสียใจ"
draconian
ดราโค่มันเหมือนชื่อในแฮรี่พอตเตอร์เล้ย
มันเป็นตัวเลวหนิ..มันทำร้ายแฮรี่
เพราะฉะนั้นมันต้องแปลว่า "ทารุณ"
encumber
มันคล้ายคิวคัมเบอที่แปลว่าแตงกวา
มันเป็นท่อนๆเหมือนที่ขวางรถ...มันต้องทำให้รถช้าลงแน่ๆเลย
เพราะฉะนั้นมันแปลว่า "กีดขวาง"
moratorium
มันคล้ายๆโมโตโรล่า
เดี๋ยวนี้โทรศัพท์รุ่นใหม่ชอบทำแบบเลื่อนๆ
เพราะฉะนั้นมันต้องแปลว่า"เลื่อน"แน่ๆ
wedge
มันเหมือนเวดจี้ที่แปลว่าดึงกางเกงใน
เวลาดึงกกน....ก้นมันต้องเป็นลาย(ทาง...ลายทางกกน)แน่ๆ
เพราะฉะนั้นมันต้องแปลว่า"ทาง"
และอื่นๆอีกมายมาย...
คิดดูท่องศัพท์ไม่พอยังต้องพยายามคิดนิทานอีกตั้งหาก..เหนื่อยชิเหง...
พอไปสอบวันนี้ศัพท์ที่ท่องประมาณพันกว่าคำออกไปไม่ถึงเศษหนึ่งส่วนสองพันล้าน
เพราะอะไรนะหรือฮะ
เพราะอาจารย์เอาศัพท์ใหม่มาออกฮ่ะ!!!
โอ้ว หม่าย ก้อด!!!
กรูไม่อยากจะเชื๊อ
อ่านข้อสอบเหมือนอ่านภาษาสันสกฤต
ส่วนความยาวของบทความที่อาจารย์เอามา...
อาจารย์บอกจะเอามา4passage
เราก้อนึกว่า เออ passageนึงอย่างมากก้อ1หน้า
อาจารย์เอามาหนึ่งpassae 4หน้าเค่อะ....
สิริรวมสิบหกหน้าภาษาสันสกฤต
เวลาสามชม
...แค่ใช้เวลาบอกตัวเองว่านี่ไม่ใช่ภาษาสันสกฤตก้อปาไปสองชมครึ่งแล้วค่ะ
อยากให้ทุกคนได้ทำจริงๆ
โทเฟิลเป็นข้อสอบขี้จิ้กจกไปเลยค่ะ...
สรุปว่าทำไม่ได้เลย
โหดร้ายมาก
ผิดหวังในตัวเองจริงๆ
แต่ไม่เป็นไร
ชีวิตยังสุขได้กับ....
หมูทอดตลาดนัด
<<<<<ไหนว่าจะลดความอ้วนนนนนยะ!!!>>>>>
January 01 มือถือ เตี๋ยวเรือ ตัดขนคิ้ว เพื่อนเก่า งานเลี้ยง....พลุมือถือ
ซื้อN70มาเมื่อวันพรึหัด
แต่ความสามารถในการใช้มือถือของเรา
ทำให้N70มีค่าเพียงแค่70บาท
คือ...กรูใช้ไรไม่เปนเรยไงคะ
เอาเปนว่า...ใครมีโปรแกรมไรที่ลงได้หรือรู้ว่ามันทำไรได้มั่งนอกจากถ่ายรูปกะโทสับทำมะดา
ก้อกรุณาเมตตาสงเคราะห์อธิบายเราด้วยนะจ๊ะ
เตี๋ยวเรือ
วันพรึหัดหลังจากพาบันดิดไปโรงบาลแต่เช้าก้อไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือกัน
เชื่อมั้ยละคะ...เตี๋ยวเรือชามละ7บาท!!!
เนื้อในก๋วยเตี๋ยว...ตรึมมมส์
แต่...
ไม่ใช่เนื้อหมูหรือเนื้อวัวหรอกนิ
เนื้ออะไรให้เดา...
"เนื้อยุง"ค่ะ
เนื้อยุงจริงๆค่ะ....ยุงเยอะมากกกกก...เยอะจิงๆเยอะจิงจัง ใน7 บาทนั้นเลยมีแต่เนื้อยุงค่ะ
ตัดขนคิ้ว
ตอนเที่ยงวันพรึหัดก้อไปเมโทรโพลิสต่อ
ไปดูNoel...หนังดี๊ดี...ร้องไห้ไปสองรอบ...
แต่ดูเห้อออ....ไอ้คู่ข้างหน้าคงไม่ได้ลิ้มรสความเลิศล้ำของหนังแน่ๆ
นั่งซบกันอยู่ด๊ายยยย..เดี๋ยวปั๊ด..จับแยก
(ชั้นเลยไม่ได้ดูหนังเลยพวกบ้า...นั่งหมั่นไส้มันสองตัว...<<<ความผิดใครวะ...ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ)
ดุหนังเสดก้อไปซื้อครีมที่บอดี้ชอป
เหตุวิปริตได้เกิดขึ้น ณ บอดี้ชอปสาขาเมโทรโปลิสนั่นเอง
พนักงานมาตัดคิ้วเราอ๊ะ!!!
คือขอบรรยายลักษณะคิ้วอันทุเรศรันทดของดิชั้นหน่อยละกันนะฮะ
คือกรุณานึกภาพคิ้วชินจัง...ความตรงเนี่ยได้เลย
แต่เราเนี่ยจะอัพเกรดกว่านั้นนิดนึงไง...คือจะโค้งๆตรงปลายหน่อยๆ
(stressที่"หน่อยๆ")
พนักงานแกตัดคิ้วชั้นตรงไหนรู้มั้ย????
ตรง"โค้งหน่อยๆ"นั่นเลยยยยยยยยยยยยยยย
so
คิ้วชั้นก้อดาวน์เกรดลงมาเปนชินจัง...เปนที่เรียบร้อย
พี่แกอุดส่าใจดี...เขียนคิ้วให้ด้วย
ก้อนึกภาพเอาละกัน...หน้าชินจังเวลามันเล่นเครื่องสำอางค์มิซาเอะอ่ะ...
....ขอบคุณค่ะบอดี้ชอปที่ทำให้หน้าตาหนูละม้ายคล้ายการ์ตูนดัง
เพื่อนเก่า
เยนวันนั้น...นัดเพื่อนร.ร.เก่า
ถึงคนจะมากันไม่ครบ
แต่ก็มีความสุขมากๆเลยอ่ะ...นั่งคุยกันเหมือนตอนเรียนอยู่มอต้นเลย
ทุกคนถึงหน้าตาจะอัพเกรดแค่ไหน
แต่นิสัยมันไม่เคยเปลี่ยนกันเลยอ่ะ
(กรูชมนะ..อิๆ)
นั่งกินข้าวที่sixth sense...นั่งกันแค่ห้าคน แต่เสียงนี่ดังห้าพันกว่าเดซิเบล
ขำกันแบบอ่าไร้...คนต้องนึกว่าเป็นงาน ร.ร.ตลกคาเฟ่รียูเนียนแน่ๆ
คืนนั้นกลับไป...นอนฝันถึงตอนมอต้นเลย
คิดถึงจัง
งานเลี้ยง
เมื่อวานวันที่สามสิบเอด
ที่บ้านพ่อมีงานเลี้ยง
แต่กว่าจะออกจากบ้านแม่ก้อห้าโมงครึ่งแล้ว...ออกมาในสภาพผีดิบมากๆด้วย
คือใส่ชุดนอน...เสื้อลายปลา...กางเกงลายดอกไม้
(ใครนึกภาพไม่ออก...เอาเปนว่า...อุบาดสุดๆละกัน)
ตอนพี่ม้อดขับผ่านหน้าบ้านก้อเหนคนเตมเลย
อยากจะกรี๊ด...เราจะเอาหน้าผีไพรแบบนี้ฝ่าดงผู้คนเข้าไปได้ไงเนี่ยยยย
ก้อเลยเอาเสื้อผ้าบังๆหน้าแล้ววิ่งเข้าไป....คนก้อมองงงๆ...แต่ไม่มีใครจำได้
แต่....มีคนเรียกค่ะ...ใครก้อไม่รู้...ไม่กล้ามอง
ไม่หันไปด้วย...ทำเปนว่า จำผิดแล้วกรูป่าวใช่ลูกไม้นะ...แล้วรีบวิ่งจรู๊ดออกมาเลย
พอขึ้นมาข้างบน...เจอพ่อ..พ่อขำใหญ่เลย
พ่อบอกว่าเด๋วจะไปบอกคนให้...ว่าเมื่อกี้หลานพี่ดวง(พี่ดวงคือพี่เลี้ยงที่บ้าน)
ขอบคุนนะพ่อนะ....
พลุ
ตอนเที่ยงคืน...มีพลุจุดกันเตมเลย
เราดูอยู่บนชั้นสอง...ใกล้มากกกกกกกกกกกกกกกก
นึกว่าพลุจะตกลงมาไหม้หัวซะแล้ว
พลุสวยมากกกก ดีใจจัง...ได้ดูพลุสวยๆวันปีใหม่
ขอให้ชีวิตในปีนี้ของทุกๆคนสวยเหมือนพลุนะจ๊ะ
(สวยเหมือพลุแต่ไม่มีวันดับไปกับพลุนะ)
HAPPY NEW YEAR
นะทุกคนนนน
ขอให้ทุกคนมีความสุข
มากๆ สมหวังในทุกๆ
เรื่อง เรื่องความรัก
เรื่องเรียน เรื่องงาน
เรื่องชีวิต..ทุกๆเรื่อง
เล้ยยยย
December 27 ซวยค่ะ!!คือ....ใครเคยซวยมั้ยคะ???
ถ้าไม่เคย...ลองฟังนี่ดู...ถึงเรื่องนี้จะไม่ได้เกิดกับตัวคุณเอง
แต่ความซวยมันจะรุนแรงจนคุณสัมผัสได้เองเลยล่ะ
(เกริ่นดีจริงๆ...)
เรื่องมันก้อเกิดเมื่อวันเสาร์...วันบายเนียร์นั่นเอง
จุดเริ่มต้นมันอยู่ที่ "ชุดบายเนียร์"
คือ....ชุดบายเนียร์สีขาวสะอาดสะอ้านที่ซื้อมาพอเอาไปซัก...ตะเข็บใส่เกือกแปลงร่างเป็นสีเหลืองค่ะ
อ๋อยยยยยยยมาเลย
พี่เลี้ยงก็ด้วยความหวังดี...ขยี้บี้ตะบันเข้าไปมันทุกตะเข็บเลย
ชุดมันเป็นชุดแบบเดินตะเข็บเป็นลายทั่วตัว
พอแห้งมันเลยยับแบบไม่มีspaceไหนที่เรียบเลยล่ะฮ่ะ
(espที่นม...โอ้ก๊อด!!!นมยับบบ!!)
แม่ทนไม่ได้เลยเอาไปให้ร้านรีด
(นม)ก็ไม่หายยับ...เซ็งมากกกส์
ชุดซื้อมาใหม่ๆราคาเหลือยี่สิบบาทในทันที...
แต่ก้อโอเคอ่ะ..ถึงชุดจะยี่สิบ
ตัวเราใส่คงดูเป็นสองหมื่นได้ง่ายๆ
(ฮิๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)
...ออกจากบ้านไปแต่งหน้า
คือนัดช่างไว้สามโมงครึ่ง
รถติดมากกกกกกกกกกกกกกกกก
ไปถึงสามโมงห้าสิบ
แต่ช่างกำลังยุ่งทำยอดมาก..ขายของซะลืมไปเลยว่ากูประทับอยู่ในร้านมาเป็นชาติกว่าแล้ว
กว่าจะเริ่มแต่งหน้าเราก้อตั้งสี่โมงครึ่งได้
ให้เรานั่งรอจนเหนียงยานไปติดตาตุ่ม
(โชคดีนะที่เรามีเพื่อนดีๆหน้าตาน่ารักๆแบบใบบอนอ๊ะ...ฮิๆๆ<<<กูชมนะ อย่าลืมห้าร้อยบาท)
พี่ที่แต่งเค้าก็ดูจะเกรงใจเรามาก...
เกรงใจจนทารองพื้นไปได้ครึ่งหน้าก็หนีไปขายของ
เกรงใจจนทาตาได้ข้างนึงก้อหนีไปขายของ
เกรงใจจนทาปากได้ซีกบนก้อหนีไปขายของ
กะว่ากูไปงานฮัลโลวีนแน่ๆ...แบบครึ่งนึงแต่งสวย...ครึ่งนึงผีป่า
ก้อโอเคอ่ะ...ไม่ช้าหรอก...แต่งหน้าเส็ดก้อแค่ห้าโมงครึ่ง
(ไม่ช้าหรอก...ชั่วโมงกว่า...ไม่ช๊า!!)
ไปทำผมต่อ...จะเอาไดร์ตรง...ผลที่ได้เป็นลอนสลวยเชียว
ไดร์ผมเส็ด..จะใส่ตุ้มหูไฮโซที่อุดส่ากัดฟันซื้อมา
ใส่ไม่เข้า!!!!จะตันได้ไง!!!เพิ่งใส่เมื่อวานเองอ๊ะ!!
ยัดอยู่นานมากกกก มันก้อไม่เข้า..เลือดกระฉูดแล้วกระฉูด อีก ใบบอนกลัวใหญ่เลย
สุดท้ายก้อเข้า...เข้าไปโดยใช้ความเจบปวดของเราเป็นเครื่องสังเวย
(ทำไมต้องใช้สำนวนเว๊อออ)
แต่งตัวแต่งหน้าทำผมเรียบร้อย...ขึ้นรถ....
รถเสียเว้ยยย!!!ทั้งปีทั้งชาติไม่เคยเสีย...มันเลือกจะมาเสียวันที่กูต้องการมันมากที่สุดเนี่ย
เสียอยู่ซอยหลังเอมโพเรียม
โอ้...ก๊อด
ทำไมช่างกลั่นแกล้งกูนะ....แค่งานบายเนียร์เอง...หนูป่าวไปพรากลูกพรากเมียใครเค้านะ
ดึกก้อดึก...ทุ่มครึ่งแล้วด้วย
สงสารบันดิดก้อสงสาร มันจะไปฟิตเนสต่อก้อไปไม่ได้แล้ว
ก้อเลยตัดใจว่าเออ...ไม่ไปก้อได้วะ
เบื้องบนต้องกำลังห้ามไม่ให้กุไปอยู่แน่ๆ
กะว่าเด๋วไปกินข้าวกะแม่กะบันดิดก้อได้ไรงี้
อีบันดิดก้อไม่ยอม...บอกว่ายังไงก้อให้ไปๆเสียเวลามาทั้งวัน
(บันดิดมันดีมาก...ชั้นซึ้งแกจิงๆเลย ความหลังที่แกไม่เคยถือกะเป๋าให้ชั้นโดนลบไปหมดเลยอ่ะ)
สรุปเราต้องเดินออกมาจากหลังซอยเอมโพเรียมเพื่อเรียกแท๊กซี่...
ช่วยกันนึกสภาพที
หน้าแต่งตาสโมกกี้(ไบท์...ไม่ใช่แระ..ฮิๆ)จัดมากๆ
ชุดสายเดี่ยวสีขาว...สั้นเลยเข่ามาคืบนึง
รองเท้าส้นสูง...เป็นลูกไม้สีขาว
โอ้โห...ชุดช่างเหมาะแก่การเดินข้างถนนมาก
ถ้าไม่มากับแม่กับบันดิด....กรุเป็นพรอสแน่ๆเลยค่ะ
(พรอสแบบprostituteอ่ะนะ)
ได้แท๊กซี่มาคันนึง...แท๊กซี่มันเมาค่ะ
โอ้...คุณไอ้คุณแท๊กซี่เวร ฉลองคริสมาสอีฟกะเค้าด้วยนะคะ
เมาไม่ขับ
เข้าใจมั้ยวะ!!
ชีวิตกูวันนี้มันจะรอดมั้ยเนี่ยวะ...
รถแล่นไปจนถึงพระพรหม
ด้วยความรู้สึกว่า...ทำไมชีวิตกูซวยจังเรากะบันดิดเลยซื้อดอกไม้ธูปเทียนคนละชุดเข้าไปไหว้พระพรหม
ให้ทายค่ะ...ดอกไม้ชุดละเท่าไหร่
240บาทไทย
โอ้โห..ขูดเนื้อขูดกระดูกมากเลยค่ะ
เข้าไปไหว้....ไม่รู้ทำไมคนอื่นหน้าตาทำมะดามากๆเหมือนมาเดินเล่น
แต่เรากะบันดิดหน้าตาเหมือนกำลังจะตาย
ควันเยอะมาก น้ำตงน้ำตาน้ำม้งน้ำมูกสารพัดน้ำไหลออกจากตัวหมดเลย
คิดสภาพเราอีกที....ขยี้ตาไม่ได้ด้วย...แต่งหน้ามาแล้วหนิ
พอจะเอาเทียนเล่มแรกลงไปปัก....โดนไฟลวกมือด้วยยยเจ็บมากอ่ะ....
แยกย้ายกับบันดิดเข้าไปในงาน
หิวมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆพอนั่งโต๊ะได้แป๊บเดียว เพื่อนๆก้อลุกไปถ่ายรูปกันหมด
ไม่มีใครยอมกินเลย
เราก้อหิวจะตายอยู่แล้ว แต่ให้นั่งกินคนเดียวก้อดูกระไรอยู่เลยต้องลุกไปถ่ายกับเพื่อน
ทั้งงานสรุปได้กินไปห้าคำ....นับน้ำที่ดื่มด้วยนะ
จ่ายไปพันสอง...กินไปสิบสอง...ที่เหลือค่าสถานที่ค่ะ
คิดสะมาดอีฟของเราก้อจบลงด้วยประการฉะนี้
เหะๆเท่าที่อ่านมา...เรื่องใหญ่เรื่องเดียวที่เกิดกับเราก้อคือรถเสียแหละนิ
แต่สันดานมนุษย์ก้อเป็นเช่นนี้
โยงเรื่องราวมาเข้ากันได้หมด
นี่ถ้าวันนั้นหมาหอนดังไปหน่อยเราก้อคงเอามาเขียนด้วยแหละ...ฮ่าๆๆๆๆ
ชอบจังวันนี้เขียนยาวเป็นปื้นเลย...ใครจะนั่งอ่านวะเนี่ย???
ป.ล.ดูรูปด้วยๆๆๆงานจัด
งามมากๆๆๆๆ
December 16 ถ้าต้องเลือก...ถ้าหากว่าต้องเลือกระหว่าง...
คนที่อยู่กับเรามานาน...ผ่านช่วงแรกที่ต้องมีปัญหา...ต้องปรับตัวเข้าหากัน จนตอนนี้อยู่ด้วยกันตลอด...
ไม่เคยมีปัญหากันอีก
แต่
ก้อเป็นคนที่เราอยู่ด้วยมานาน...นานจนเราชินชา...
นานจนเราไม่รู้สึกแปลกใหม่...ไม่น่าตื่นเต้นอีกต่อไป
กับคนที่เราเพิ่งเจอ...ที่ยังแปลกใหม่สำหรับเรา
ที่ยังมีเรื่องให้ค้นหาให้ตื่นเต้นด้วยกันอีกเยอะแยะ
แต่
เราก้อไม่รู้ว่า....ความน่าตื่นเต้นแค่เพียงช่วงแรก
แค่เพียงนิดเดียว
ต่อไปมันจะเข้ากับเราได้มั้ย...
จะเลือกได้ยังไงใครช่วยบอกที
เป็นไงคะ....เขียนแบบนี้ดิชั้นเลยดูป๊อปเลยมั้ยล่ะคะ
มีหนุ่มๆมาจีบด้วย...เหะๆ
ความจริงคือแบบว่าซื้อoilล้างหน้ามาใหม่ไง...กำลังตัดสินใจว่าจะเลิกใช้อันเก่าดีป่าวส์
ครั้นจะมาเขียนว่าเลือกโฟมล้างหน้าอันไหนดี
มันก้อดูทำมะดาไป...เหะๆๆ
อย่าด่านู๋กวนตรี๊นส์เลยนะ
บางทีก้ออยากimagineให้ตัวเองดูป๊อปๆบ้างไง...แบบหลอกตัวเองวันละนิดจิตหิดเหี่ยว
ใครอยากให้เราเขียนถึงหนุ่มๆจริงๆบ้าง ก้อหาหนุ่มๆให้เราซิจ๊ะ...เหะๆ
(<<<ประกาศหาคู่เฉยเลยว่ะ...หน้าด้านชิงๆฮ่ะ)
จบแล้ว
ป.ล.ตอนนี้ใกล้สอบ...ใกล้บ้า ใครใกล้เป็นบ้าเหมือนกันยกมือขึ้นนนนนน
ป.ล.อะเกน...ใครใกล้สอบขอให้อ่านหนังสือให้ทันนะ ขอให้โชคดี ทำได้มั่วถูก ตื่นทัน....โชคดีหลายๆ(ขอให้พรย้อนเข้าตัวเทอญ...ก้อแหม....เค้าอ่ะ...ทำดีหวังผลหนิ) December 09 โรงบ๊าลโรงบาลเมื่อคืนวันจันทร์เป็นวันแรกที่ใช้น้ำมันมะพร้าวลองทาหน้า
เห็นหลายคนบอกว่าดี...แต่...เยิ้มเชียะ
เช้าวันอังคารเข้าโรงบาลแบบกะทันหันเพราะปวดท้องมาก
มีตอนต้องไปเอกซเรย์แบบข้ามตึก...ประมาณว่าตึกห่างกันจากสงขลาไปแถบลุ่มแม่น้ำอเมซอน
หน้าเยิ้มเป็นช้างตกมัน
คนเยอะเป็นล้าน...หน้าเราก้อโทรมเป็นผีบ้าแถมตกมันอีกต่างหาก
...โชคดีฉิเป๋ง...
ตอนสายๆเพื่อนมาเยี่ยมเจดคน
ยืนล้อมรอบเตียง....เหมือนมาลากูเล้ยยย
เปนแค่ไส้ติ่งอักเสบนะเพื่อนๆ...แต่อารมมะเรงไส้ติ่งม๊ากกส์
ความจิงตอนเพื่อนมาก้อไม่ปวดเท่าไหijแล้วลุกขึ้นมาเม้ามานั่งเล่นกันได้
ที่สำคัญ...โดนถ่ายรูปค่ะ
อีเพื่อนเอาคืนมากๆ
จำได้ว่าตอนมันไม่สบาย
เราเองเป็นคนเอากล้องไปเยี่ยมมัน...เป็นคนพยายามลากโต๊ะมา
จัดมุมกล้อง...แล้วก้อตั้งเวลาถ่ายรูป
ครั้งนี้ตอนมันมาเยี่ยม...ภาวนามากๆให้มันลืมเรื่องนี้กันไปเถอะนะ
....แต่มันไม่มีใครลืมหรอกค่ะเรื่องๆชั่วๆเพียงไม่กี่ครั้งของเพื่อนอย่างดิชั้น
มันเอากล้องวิดีโอมาด้วยค่ะ
...แต่....
แบตหมด
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แต่ก้อยังเหลือกล้องทำมะดามาเกบความอัปยศของเราไว้อยู่ดี
ขำออกมั้ยละกรู๊....หึหึ
พอพวกมันกลับก้อก้อโดนจับเข้าห้องผ่าตัดเลย
ห้องผ่าตัดอยู่ตึกเดียวกะที่เอกซเรย์เลยโดนเข็นเตียงไปไกลมาก
นอนอยู่บนเตียง
มุมมองแปลกมาก
คงไม่มีคนปกติที่ไหนที่ได้เดินมองเพดานแน่ๆ
แต่คนป่วยบนเตียงเนียดิ....มองแต่เพดานเลย...ลุกมาดูอะไรๆก้อไม่ได้
ก้อดีแล้วแหละ....ไม่มีใครต้องเหนความอัปยศบนใบหน้าเรามากมาย
เข้าห้องผ่าตัด....สว่างมากอ่ะ
ใครไม่เคยเข้า
ขอเล่าบรรยากาศละกัน
สว่างมาก
คนเยอะด้วย...หนาวมากอีกต่างหาก
จบ...บรรยายได้แค่เนี้ยแหละ ฮ่าๆๆๆ เพราะสลบไปแบบรวดเรว
อีกวันเพื่อนๆที่เรียนหมอมาเยี่ยม
อีแจนที่รักเอาชิกเก้นลิตเทิ่ลมาให้ดู...ไม่ได้ดูหรอกเพราะเม้าเป็นส่วนใหญ่
พวกอีอ่อนเล่าว่าเพื่อนมันคนนึงไปตัดไส้ติ่งมา
มาเรียนแล้วอยู่ดีๆก้อรู้สึกเปียกๆแฉะๆที่เอว
ปรากดว่าเปนเลือด
เลือดออกจากแผลเพราะแผลติดเชื้อ
...ขอบคุนนะเพื่อนๆที่เล่าเรื่องให้กำลังใจกูนะ...
ตอนเยนๆอีมิ้นสุดเลิฟก้อมา เอาดอกไม้มาให้ด้วย
รักแกนะยะดอกไม้งามเชียว
เพิ่งเคยมีคนให้หดอกไม้เนี่ย..ในชีวิตฮ่าๆๆๆ
ตอนกลางคืนอีอ้อมาเยี่ยม...มากับแฟนด้วยนิ
ฮิๆๆๆๆเราได้เหนแฟนแกคนแรกเลยซิเนี่ยยยยยยยยยยยย
แฟนอ้อคุยกับแม่ใหญ่.....
อ้อ...แกระวังนะ แฟนแกจีบแม่เรา
กูไม่อยากมีพ่อเลี้ยงเด็กกว่าพี่
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ร้อเร่นนนน....แม่เราสำรวจแฟนให้แกตั้งหาก
ครั้งนี้คงดีนะแก...ขออวยพรจร่ะ
(ขอให้พรกลับมาหาตัวเองเยอะๆ...สาธุ)
คืนนั้นขนมเต็มห้องเพราะเพื่อนๆเอามาให้
มีขนมขบเขี้ยว...พายเยอะแยะ...ฝรั่งดองหลากหลาย
ขอบใจนะ...กูกินไม่ได้...พวกแกก้อรู้นะได้ข่าว...
อีกวันพี่ม้อดมาหาตอนเยน...ยิ่งแล้วใหญ่
เอากับข้าวอะไรก้อไม่รู้มากินยั่ว
แล้วทำเป็นบ่นๆว่าโห..ไอ้นี่อร่อย ไอ้นู่นอร่อย...กลิ่นก้อลอยเข้าจมูกเราตลอด....ดีจิงจิ๊ง
ทีใครทีมันเห้ออออ...หึหึหึหึหึหึ
มาถึงวันนี้ตอนเที่ยงๆก้อออกจากโรงบาลกลับบ๊านนน
รักนะ...บ้านนะ
สรุปว่าการเข้าโรงบาลครั้งนี้ทำให้เราได้ทำอะไรหลายๆอย่างที่เราไม่เคยได้ทำ
ทั้งเจาะน้ำเกลือ....มีเข็มเข้าไปอยู่ในมือแบบall the time โอ้โห...สุดยอด
ทั้งสวนท่อปัสสาวะ...เจะแมกๆ(เจบมากๆ) กรูยังไม่เคยเหนตัวเองชิดใกล้และชัดเจนขนาดที่พยาบาลเหนเราเลยอ่ะ
อ๊ายอายยยยยย
และอีกหลายๆอย่าง
ที่สำคัญคือทำให้เราได้รู้ว่าเรามีเพื่อนดีๆเยอะแค่ไหน(ถึงแม้จะปากหมานิสัยแร่ดยังไงก้อเหอะ)
มีคนที่ห่วงเราแค่ไหน
รักทุกคนนะจ๊ะ...ขอบคุนทุกคนด้วยรวมถึงคนที่ไม่ได้มาเยี่ยมเอง โทรมา แมสเสจมาอะไรก้อตาม
กูรักทุกคนนิ
ฮิๆอายจัง
ป.ล.ความสามารถด้านศิลปะของชั้นนี่มันไม่มีเลยหรือไงเนี่ย...สีอุบาดตามากๆจ่ะ
เหะๆ
December 03 ++อ้วน++วันนี้มีรุ่นน้องมาทักว่าอ้วนขึ้น...
น้องบอกว่าให้ดูแลตัวเองบ้าง รักษาพิกเจ้อตัวเองนิดนึง
ความจิงน้องเค้าอไม่ใช่คนแรกในรอบปักษ์ที่ผ่านมา
....มีคนโผล่หน้ามาทักทายกันแบบนี้....
5 คนแล้วค่ะ....5คนค่ะ...สองคนแรกมันทักติดกันเลยค่ะ ไม่รู้ว่าไปเตี๊ยมกันมารึป่าว(อยากให้คนสวยกลุ้มใจเลยวางแผนกันใช่มั้ยยยย...ชั้นรู้นะ!!<<<ไม่หลงตัวเองหรอกอีนี่ ฮ่าๆๆๆ)
ความจิงตั้งปณิธานไว้ว่าจะลดน้ำหนักให้ได้ด้วยหลากหลายมาตรการ
ดังต่อไปนี้.....
๑.จนกว่าจะถึงวันงานบายเนียร์จะตื่นเร็วกว่าเดิม ชม นึง ตื่นมาวิ่งซักครึ่ง ชม ให้ นนมันลดลงวันละโล
(หวังผลเรวไปป่ะล่ะ...๕๕๕๕)
แต่....เปิดซิงวันแรกเลย....ตื่นสายครึ่งชมเลยฮ่ะ
ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองว่าทำไมไม่ปัญญาตื่น....เดาว่านาฬิกาในตัวมันคงทำงานไม่ค่อยดี
๒.กะว่าก่อนกินข้าวจะซิทอัพทุกวันวันละห้าสิบรอบ
แต่...ที่ซิทได้อย่างเดียวคือซิทดาวน์แอนด์อีทค่ะ
๓.จะไม่กินนอกลู่นอกทางจากสามมื้ออีกแล้ว...
(จะไม่มีการอยากหาที่นั่งในสยามแล้วต้องให้กูกินเพื่อหาร้านนั่งอีกแล้วนะเพื่อนๆ)
แต่....ขณะที่พิมเที่ยงคืนกว่า...กำลังนั่งเปิดถุงขาไก่ กะไวตามิ้วหนึ่งกล่อง
๔.ตั้งใจว่าไม่ว่าจะเรียนชั้นไหนจะเดินขึ้นบันได
แต่....เมื่อวานเรียนชั้นสอง....ขึ้นลิฟท์ค่ะ...
(แกนี่น่าละอายจิงจิ๊งงง ขึ้นชั้นสองเค้ารณรงค์ให้เดินกันนะยะ<<<ไม่ต้องด่าแล้วนะเพื่อนๆ...กูด่าตัวเองแล้ว)
ตอนจะลงยังจะลงลิฟท์ด้วยนะ...ดั๊นนนโดนเพื่อนฉุดลงบันไดซะก่อน...เมื่อยเลยค่ะกู...เหะๆ
และอีกหลายๆมาตรการที่หลายๆคนแนะนำ และเราคิดว่าจะทำ แต่แค่จำยังจำไม่ได้เลย...
สังเกตว่าในแต่ละมาตรการมันต้องมีแต่เต็มไปหมดเลย แต่อย่างงั้น แต่อย่างงี้...ตอนนี้น้ำหนักก้อเลยยังสมบูรณ์อยู่มาก
ทุกคนช่วยภาวนาให้เราด้วยนะ....ให้เราลดปลิ้นน้อยๆของเราให้ได้ก่อนบายเนียร์
จบแล้ว
ป.ล.วันนี้คุยกับเพื่อนมีประโยคจับใจเอามาฝาก
บทสนทนา
เรา:อยากเปนแฟนพี่คิวจังเลย
เพื่อน:อยากเป็นแฟน....จังเลย
เรา:ใครคือ...วะ?
เพื่อน:ขอกูไปหามาเติมก่อน
(เรา:โห.....โห....ชอบว่ะ เหมือนตามหาหัวใจ...เน่าดี เอิ๊กกกส์)
ป.ล.(ตัวใหญ่ๆ)พี่คิวคือพี่คิวflure...ไม่ใช่พี่คิว [kyu_] นะจร๊ะ...หูววว สร้างข่าวให้ตัวเองอีกแล้วมั้ยล่ะกรู๊!!!
December 01 ver...เรียบร้อยค่ะเอ่อ...สวัสดีค่ะ...วันนี้นะคะ...ลูกไม้จะเข้าสู่โหมดตัวตนที่แท้จริงค่ะ
ก้อคือ...แบบว่าเป็นโหมดเรียบร้อยไงล่ะคะ...ฮิฮิ
เอ่อ...ก้อ...แบบว่า...วันนี้ก้อไม่มีอะไรมากนะคะ
ก้อไปเลี้ยงวันเกิดน้องอ๊อฟ..น้องรหัสนะค่ะ...ก็ไม่มีอะไรมาก...ก็ไม่ค่อยช้าหรอกค่ะแค่น้องมันเกิด4ตุลาน่ะค่ะ...ฮิฮิ
ก้อแบบว่าไปกินสุนัขดำ....เกรย์ฮาวน่ะนะคะ
กินอิ่มมากเลยล่ะค่ะ...ปลิ้นเลยค่ะ...พุงน่ะนะคะ
กลัวปลิ้นไม่พอค่ะ...ไปกินเค้กต่อค่ะ...ไม่อ้วนไม่ปลิ้นหรอกค่ะ แค่เค้กชอกโกแลต ฮิฮิ
และเนื่องจากว่าได้รับทราบมาว่า...ขณะนี้...วงดนตรีที่ดีที่สุดในประเทศไทยที่ชื่อวง Flureน่ะนะคะ ได้ออกวีซีดีแล้ว
ลูกไม้และเพื่อนจึงได้เรียบรุดไป CD Warehouse เพื่อที่จะจับจ่ายวีซีดีอันล้ำค่านี้...มาไว้ในครอบครอง
แต่..เอ่อ..ลูกไม้นะคะ เข้าไปด้วยความเซลฟ์สุดตีน เอ้ยสุดขีดมากเลยค่ะ
แต่ฮิฮิ หาไม่เจอค่ะ...พวกพนักงานมองด้วยค่ะ...เหนมองตั้งแต่เดินเข้าไปแล้วลูกไม้ก้อไม่ทราบว่าเค้ามองกันทำขนมทองเอกหรืออย่างไรนะคะ...สงสัยคงมองคนสวยน่ะค่ะ ฮิฮิ
แต่ก็ตัดสินใจเดินกลับไปที่เคาเต้อไปถามเค้นะคะา...พวกพนักงานขำด้วยค่ะ
ขำกูได้ไงคะ...กูลูกค้านะคะ
ลูกไม้เลยถามว่า
"เอ่อ...โทดนะคะพี่ วีซีดีฟลัวอ่ะค่ะอยู่ไหน"
เอ่อค่ะ...ไอ้พนักงานขำค่ะบอกลูกไม้ว่า
"เอ่อ ไม่มีนะ ฟลัวเค้าไม่ทำวีซีดี"
พร้อมกับทำหน้าเหยีดหยามมาก...ลูกไม้ก้อรวบรวมความสุภาพที่มีอยู่เต็มปรี่ในตัวตอบกลับไปว่า
"เอ่อ ฟลัวเค้าทำแล้วนะคะ"ยังอุดส่ามีคะ นะคะเนี่ย
นังนั่นตอบลูกไม้ว่า
"งั้นที่นี่ก้อไม่มีล่ะน้อง"
ต๊ายยยยย ยัยนี่....กูมาขอซีดีมึงฟรีหรอคะ ลูกไม้เดินสะบัดตูด...เอ้ย...ก้นออกมาเลยค่ะ
ออกมาด้วยความโกรธนะคะ...ทำแบบนี้กับลูกค้าได้ไงคะ...ทุกคนจำไว้เปนบทเรียนนะคะ
พนักงานที่CD Warehouse ที่เอมโพเรียม ผมสั้นๆ...เกลียดมันค่ะ ฮิฮิ
แต่ สรุปนะคะ
วันนี้ก้อดีนะคะ...
ก้อ..เอ่อ...น้องก้อได้รับประทานอาหารอิ่มหมีพีมัน..ได้เม้ากันแบบอุ่นใจ
(มีเสียงตะโกนว่าว่า...เม้ายังไงวะคะ..เม้าอุ่นใจ...ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ฮิฮิ)
อ่อ..ลืมไป
ก่อนไปทานข้าวนะคะ...ลูกไม้ก้อได้ไปช๊อปซี่จ๊อปซี่รองเท้ามาอีกสองคู่ค่ะ
คราวนี้ถูกระเบียบ...ไม่ต้องลุ้นอาจารย์สมบูณ์ค่ะ
เดี๋ยวพรุ่งนี้จะใส่เลย
...ก็...ลูกไม้ก็ไม่ค่อยเห่อหรอกค่ะ
จบแล้วค่ะ
ป.ล.รักทุกคนนะคะ รักเด็ก รักสันติภาพ รักประเทศไทยค่ะ
ป.ล.ครั้งที่สองนะคะ ก็ขอเอารูปวันก่อนมาลงด้วยนะคะ น้องใบบอนอุดส่าทำให้
ซับป.ล....ภาพนี้นำมาจากเรื่องชัตเตอร์ค่ะ
November 30 sunscreenหู่วววว...เมื่อวานซืนไปช๊อปส์มาได้รองเท้ามาหนึ่งคู่สวยงามมากค่ะ
ใส่ไปคณะทุกวันเรยย...ฮิๆๆๆ
ที่ใส่ไปคณะได้นี่เรียกว่ามีความสามารถมาก(ความจิงความแร่ดอยากใส่มันยิ่งใหญ่ชนะความกลัวต่างหาก)
เพราะอาจารย์สมบูรณ์ตรวจรองเท้าอย่างรุนแรง
วันนี้คิดได้ว่าอาจารย์นี่เยี่ยมจริงๆ
ชอบมาเดินตอนพักเที่ยง....กะว่านักเรียนต้องรวมตัวนั่งเม้ากันเยอะสุดๆ
แล้วพอนักเรียนเม้ากันพีคๆอารมกำลังได้ๆเลย มันสุดๆ
ก้อจับมาตัดคะแนนความประพฤติหน่อย...ให้อารมณ์มันดาวน์บ้าง...จะได้สมดุล
ไม่พอ...อาจารย์ชอบใส่เสื้อเชิ้ตขาวกางเกงดำ....กลืนไปกับนักเรียนเลยฮ่ะ
วันนี้เพื่อนชี้ประมาณสี่รอบถึงเหนว่าอาจารย์อยู่ตรงไหน....เกือบโดนสอยแล้วมั้ยล่ะรองเท้าไฮโซของชั้น...
ตอนนี้สิวขึ้นสองเม็ด....เซ็งมาก ไม่รู้ว่าเพราะไปทักอีบันดิดหรืออะไร
จากสิวที่ไม่เคยขึ้นมาน๊านนาน....โผล่มาพร้อมกันทีเดียว"2"เม็ด
สิวเป่งออกมาสัมผัสหน้าคู่สนทนาตลอด<<<<เว่อไปป๊ะ ฮ่าๆๆๆ
ด้วยความคับแค้น...เมื่อวานพอเจอหน้าใครก้อชี้สิวให้เค้าดู....ให้มันทัก....ก้อเค้าว่าใครทักสิว สิวจะขึ้นใช่มั้ยเล่า
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอีป่านทักคนแรกเลย....แต่มันบอกไม่เปนไรยังไงก้อขึ้นอยู่แล้ว
...แม่ม ไม่มันเลย เฮ้ย...<<<ไม่เห้หรอกค่ะ มาถึงเรื่องนี้...สำคัญสุดๆ
จากการสำรวจเวบพันทิพย์ ทำให้ได้รู้ว่าครีมกันแดดที่ดีที่สุดในขณะนี้ชื่อว่า "sunscreen"
ครีมกันแดดอันนี้ไม่มีขายในห้างทั่วไป
มีแต่ที่มาบุญครอง..ตรงที่มันขายของแปลกๆประเภท ครีมหัว....ชมพูเทือกนี้
ตอนไปซื้ออายมาก(กัวเค้าคิดว่ามาซื้อครีมอะไรๆชมพู)
เลยให้อีพวกเพื่อนๆไปถาม
ถามร้านแรกดูดีหน่อยดูใหญ่ๆ คนขายอารมอาม่าๆ...อาม่างงมากว่าไอ้ครีมนี่คืออะไร
ด้วยความมั่นใจเราก้อชี้แจงอาม่าว่ามันคือครีมกันแดดของยี่ปุ่นอ่ะ ครีมกันแดด"sunscreen"
ถามไปสี่ร้าน...ไม่มีคนรู้จักเลยค่ะ
เพื่อนก้อไปกันเยอะมากดูโดดเด่นมากๆในดงครีมหัว...ชมพู
เริ่มอาย....ทำไมเจ๊พวกนี้ไม่รู้จักว่ะ เราอุดส่าหาข้อมูลมาดีๆ(นี่คือพูดกับเพื่อน)
จนร้านสุดท้าย...ไปถามหาครีมกันแดด sunscreen
เจ๊บอก...มีๆ มีตั้งแต่หกร้อยถึงสองพัน
"เฮ้ยยยย ไรวะ ไหนในเนทบอกว่าสามร้อย"เราคิด
เราบอกเจ๊ขอดูก่อน
เจ๊ชี้ไปที่คลีนิกกับชิเซโด้ไรพวกนี้
เราบอก โอ้ยเจ๊ ไม่ใช่ๆไม่เอายี่ห้อนี่เอายี่ห้อ sunscreen
เสียงตอนพูดก้อไม่ค่อยเบาหรอกนะ
เจ๊บอกไม่มีๆแถมทำหน้าไม่พอใจอีก
เราก้อแบบมีดิๆอ่านในเนทมา....เจ๊บอก sunkiller อ่ะซิ
...เออ...
เว้ย
sunkillerนี่หว่า เหะๆ หนูผิดเองเจ๊
อายจังเลยอ่ะ อ๊ายอายอายมากกกกกกกกเลยเจ๊
อายเพื่อนด้วยแหละเพราะโม้มาตั้งแต่เช้า
เอาเปนว่าขอโทษนะจ๊ะเพื่อนๆที่พาไปเสร่อแป๊ะด้วยตั้งนาน
วันรุ่งขึ้นด้วยความที่ไม่เห่อก้อใช้เลยค่ะ
ทาเส็ดตกใจมาก....หน้าแบบglitteringมากๆ
นี่มันครีมกันแดดหรือกากเพชรวะ....ทาไปแล้วด้วยอ่ะ ล้างออกก้อไม่ได้เพราะทาครีมไรเส็ดเรียบร้อยแล้วเสียดายครีม
ก้อเลย....glitterออกไปเรียนแบบนั้น
สะตอเบอแหลได้ใจจิงๆค่ะเพื่อนๆ
....จบแล้ว....
ขอนิดนึงเหอะ.....ไปถ่ายรูปที่เอมกะอีบันดิดเยอะมาก คนมองด้วย.....พวกเรานี่เก้อ ยากจิงๆ
ตายแล้วววววววววววววววววสองเรานิรันดรตายคู่อ่ะ........
เกิดเรื่องแบบนี้ได้ไงงงงง โฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
November 26 โดนหักหลังงงงง!!!!โอ้ยยยยยยยยย.....ไม่อยากจะคิด เคียดดดดด
ไม่อยากเชื่อว่าจะโดนhi5หักหลัง....แก๊!!!ถ้าชั้นตายเปนผีไปจะเข้าไปสิงสถิตให้ serverแกล่มแน่ๆๆๆ..ฮือๆๆๆๆ ชีช้ำกะหล่ำปลี.....
ความเฮงซวยมันเริ่มจากการเชกเมวแล้วเจอ news letterจากhi5 ตอนแรกเกือบลบไปแล๊ววว....อะไรดลใจให้เปิดไม่รู้.....
พอเปิดไปเจอว่ามันส่งมาว่าใครเคยมาดูprofileเราบ้าง
....OH!!!!ช๊อกสสสส์มากกกส์ๆๆๆ เกิดมายี่สิบปีรู้สึกช๊อกสนิทเปนครั้งแรก(<<<เว่อไปแหละ...แต่ช๊อกจิงจิ๊งงงง)
กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก้อไม่รู้ที่เราเปิดไปดูโปรไฟล์ไอ้ตัวเวรกรรมตัวนั้น และอีกกี่ล้านครั้งก้อไม่รู้ที่เราเปิดไปดูโปลไฟล์ไอ้เด็กเวรคนนั้น
...มันก้อต้องรู้ซิว่าเราเปิดไปอ๊ะ!!!! โห่ยคับแค้นใจมากกๆๆๆๆมายๆๆๆๆ ทำไรไม่ได้ด้วย...โกดhi5ก้อไม่รู้จะไปด่าใครได้ ด่าได้อยู่หน้าคอม....มันก้อไม่ได้ยิน สุดท้ายก้อได้แต่ด่าตัวเอง...โอ้ยเปนตัวโง่แห่งปี....รางวัลตัวโง่แห่งปี ได้แก่..........ลูกม้ายยยยยค่า.......
ตอนแรกว่าจะอารมดีๆเข้ามาเขียนเรื่องไปดุแฮรี่พอตเตอร์
ไม่นึกเล้ยยยว่าเปิดเนทมาจะเจอเรื่องสะเทือนขวัญขนาดนั้น.....
...ใครไม่เจอกับตัวไม่รู้แน่ๆ ศักดิ์ศรีที่หดหายลงไปทุกวันๆเพราะรื่องของมัน
...วันนี้มันก้อยิ่งไม่เหลืออะไรเลย...เว้ย เซ็ง
November 24 บ้าก่อนคุยกับหนูทุกคนจะเหนว่าพิกเจ้อหนูเรียบร้อยมาก
หลังจากคุยไปแล้วพิกเจ้อก้อจะเปลี่ยน
"อีนี่บ้าแน่ๆ"
5555555555555
กูบ้าจนชินว่ะ
ชีวิตนี้ถ้าไม่บ้าอยู่ไม่ได้แน่ๆค่ะ
วันนี้ดูหนัง ดีมากๆๆ
แต่บ้าแน่ๆ
ไม่มีคนดูเลย...มีแค่เรากะเพื่อนๆ....ห้าคน
หนังชื่อ HOTEL RWANDA
หนังเกี่ยวกับพวกคนบ้า...ที่ไล่ฆ่าคนไม่มีทางสู้
นี่มันโลกบ้าอะไรวะเนี่ยยยย.....ถูกต้อง...มันคือโลกบ้าๆ
พระเอกก้อดีเว่อ ดีจนบ้า....ฮ่าๆๆๆมีด้วยหรอวะ...ดีจนบ้า???
มีซิ...ก้อกูไง
แต่ก้อเพราะโลกนี้มันมีแต่คนบ้าๆเนี่ยแหละ คนดีๆ(<<<อีนี่ไม่หลงตัวเองแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ)แบบดิชั้นถึงไม่มีคนเคียงคู่ดูดาว
กลับบ้านอ่านการ์ตูนไอ้หนุ่มซูชิ
<<ชื่อคล้ายกับไอ้หนูซูชิเป็นบ้า>>
การ์ตูนก้อน้ำเน่าเปนบ้า...
แต่
คนซื้อมานี่บ้ากว่า....55555555
....สุดท้าย....
ตอนนี้ไม่สบาย....ดั๊นนนนมานั่งบ้าเล่นเนทอยู่ด๊ายยยยย
๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
มันบ้ามั้ยล่ะ? November 20 ยื้อตอนนี้เปิดคอมมาก้อฟังเพลงยื้อเพลงเดียวเลย พี่โจ้ร้องได้ได้อารมณ์มากๆ ขนาดตอนนี้ไม่ได้เศร้าสร้อยอะไรอยู่เล้ยย แต่พอฟังแล้วมันดึงเรากลับไปตอนที่เราเศร้าที่สุดได้ทันทีจิงๆ ฟังแล้วมันเศร้าสุดๆอยากร้องไห้ แต่ก็ยังฟังอยู่ด๊ายย...อีเพื่อนบอกก็เลิกฟังซิแกจะฟังให้เศร้าทำไม?? จะฟังให้เศร้าทำไมน่ะหรอ....ก็เพราะว่าตอนฟังเพลงแล้วรู้สึกจม...ลึก...ไปกับเพลง มันรู้สึกดีน่ะซี่ มันจมไปกับเพลง มันเศร้าไปกับเพลง แต่มันก้อยังสุขเล็กๆ เพราะตอนที่เราจมไปกับภาพอดีตที่ทำให้เราเศร้า ภาพตอนที่มีความสุขมันก้อเลือนลางขึ้นมาด้วย ในส่วนใหญ่ที่ฟังแล้วเศร้าเราจะได้ชินกับความเศร้าเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องรู้สึกเศร้าอีกต่อไป ในส่วนน้อยที่ฟังแล้วสุข....เราจะได้จำไว้ จำไว้ว่าเราก้อยังสุขได้....
หวังว่าฟังไปเรื่อยๆจะทำให้เราไม่ต้องเศร้าถึงตัวกรรมเวรของเราอีกต่อไป....แล้วเราก็ขออโหสิให้"แก"นะ ชาตินี้ชาติหน้าชาติไหนๆขออย่าได้มาป๊ะมาเจอะมาเจอมาทำให้ใครคนใดคนนึงต้องเศร้าเหมือนเราตอนนั้นหรือต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีกเลย...ส้าธุ November 18 ไม่สบายหลังจากลอยกระทงเหงื่อท่วมและตากฝน ร่างกายก้อย่ำแย่มาก เริ่มไม่สบายตั้งแต่เมื่อวาน ตื่นมาก้อปวดหัวเลย แต่ก้อยังไปเรียน อะฮ้า...อะฮั้นน่ะมันสาวแกร่ง ฮัดช่าๆ(ป่าวหรอกความจิงกัวพ่อด่า เพราะรู้สึกว่าโดดหลายครั้งพ่อจับได้ทุกครั้ง)...จิงๆเทอมนี้ไม่อยากโดดวิชาไหนเลย เพราะอาจารย์ดีทุกวิชา(แล้วที่ผ่านๆมาที่แกโดดแกโทดอาจารย์หรอออ???...555+) ยิ่งintro อาจารย์ตั้งใจสอนมากๆ ไม่อยากทำตัวเลวๆเล้ย เกรงใจอาจารย์จริงๆ แต่พอตอนเรียนกระแดะไปนั่งหน้าด้วยนะตั้งใจว่าขยันแน่ๆก้อดันคุยกับเพื่อนซะเยอะเลย ไม่รู้ลูกอีช่างเม้าที่ไหนเข้าสิง คุยๆๆเยอะๆๆมากๆ อีเพื่อนก้อชวนคุยจิงๆ พอได้พักลงไปนั่งกินข้าวเที่ยงซะหน่อย คนก้อเยอะมาก อาการเริ่มออก หัวเริ่มปวด น้ำมูกเริ่มไหล ปากเริ่มไอ อาการเริ่มแย่ เลยรีบโทรหาแม่ให้แม่มารับด่วน ไม่งั้นได้ตายคาโต๊ะแน่ๆเลย...ก่อนกลับบ้านยังอุดส่าซื้อตุ้งติ้งจากแววมาอีกสองอัน<<<<ไหนว่าจะประหยัดๆๆๆๆๆๆ!!...แวววแกต้องรู้แน่ๆใช่มั้ยว่าชั้นมันเปนอีพวกช่างซื้อบ้ายุบ้ายอบ้าคำโคดสะนาแกถึงเอาตุ้งติ้งมาผ่านตาให้ชั้นพร้อมซาวแทรก"เฮ้ย แกอันนี้สวยนะ อันนั้นสวยนะ"ให้ชั้นต้องซื้อทุกรอบเล้ยยย...พอกลับถึงบ้านก้อนอนรวด บ่ายสองถึงห้าโมง สองทุ่มถึงแปดโมง ตื่นมาตอนเช้าก้อเบลอๆ ปวดหัวๆ ไม่รู้ว่าปวดมากเพราะไม่สบายหรือสำออยนอนมากไปแล้วขี้เกียจไปเรียน แต่ตัดสินใจว่าคงจะเพราะสำออยแหละ ก้อเลยตื่นไปเรียนตอนแปดโมง เรียนแมคโคร กระหืดกระหอบไปอีกแล้วเพราะออกจากบ้านสาย(เรียนสิบออกเก้าสี่ห้า..ให้ตายเหอะ เหมือนบ้านอยู่สยาม...) แม่ขับซิ่งมากๆ จะชนคันอื่นหลายรอบแล้ว แต่ก้อยังอุดส่าไปทัน อาจารย์ดั๊นนนนนนนนนนนcancel คลาส มันน่านักรู้มั้ยว่าหนูเสี่ยงตายแค่ไหนมาเรียนclassอาจารย์เนี่ยยย เฮ้ออออออออ
แต่ถึงตัวจะไม่สบาย แต่ใจก้อแหมมมชุ่มชื่นม๊ากกกกกกกกกกส์แต่มันก้ออาจชุ่มฉ่ำกว่านี้ถ้าไม่มีตัวเวรกรรม(คล้ายๆในอหิงสาเลย แต่ใส่เสื้อเชิ๊ดขาวกางเกงดำ) มาคอยขัดจังหวะบ่อยๆ ลอยกระทงเมื่อวันพุธได้อยู่ลอยกระทงที่มหาลัย ตอนแรกก้อขี้เกียจมากไม่อยากจะอยู่เลยจิงๆ ยิ่งเพื่อนที่สินกำโทรมาบอกว่าฟลัวเล่นตั้งสี่ทุ่มครึ่งก้อยิ่งไม่อยากอยู่ แต่ว่าก้ออยู่จนได้เพราะมันติดเพื่อนเนี่ยซิ...
วันพุธเริ่มด้วยการเรียนmacro กระหืดกระหอบมาเรียนมากๆเพราะกลัวเชกชื่อไม่ทัน แต่กลายเปนพี่ติวเข้า...ก้อเลยเบลอๆช่วยเพื่อนพับแผนที่จุฬาวิชาการ....ทั้งห้องก้อนั่งพับกันไม่มีใครฟังพี่เค้าเลย น่าสงสารจิงจิง พอดีกับที่กระดาษพับหมดไอ้อ้อก้อหิวน้ำ เราเลยพามันลงมากินน้ำด้วยอารมณ์ชั้นไม่ไหวแล้วโว้ยยย....ขอออกเห้อออลงมาเหนรถบริจาคเลือดเลยเดินจะไปบริจาค แต่รถดันยังไม่เปิดพี่เค้าบอกให้กลับมาใหม่ตอนสิบเอดครึ่งให้ไปหาไรกินก่อน ก้อโอเคเด๋วมาใหม่ กะลังเดินเลือกซื้อของกิน กำลังจะสั่งยำไก่ทอด(ไม่ได้กัวหวัดนกเลย กินไก่มันทุกวัน) พี่ที่รถบริจาคเลือดก้อเดินมาคุยด้วย คุยไปคุยมาถึงรู้ว่าเราบริจาคไม่ได้ สภาพร่างกายไม่อำนวย ก้อเลยอดเลย แย่จิงๆ ตั้งใจทำบุญมากๆเลย ไม่เปนไร บริจาคอาทิตย์หน้าก้อได้.....ซักสิบเอ็ดโมงครึ่งอีพวกเพื่อนก้อลงมา ตกลงกันว่าจะใช้เวลาก่อนมาลอยกระทงไปดูหนังกัน ได้หนังที่แอมอยากดูมากๆคือนานะ....มีฉายที่ลิโด้ที่เดียว รอบเที่ยงพอดี....หนังน่ารักดี เนะๆไม่คิดไรมาก แต่มันน่าคิดคือมันจะมีคนแบบนานะ(ทอม)จิงๆเร้ออ...คนที่ดูมีโลกส่วนตัวมากขนาดนั้นแต่ก้อยังมีอารมใส่ใจเพื่อนที่ดูannoyingแบบนานะ(เนะ)ได้อีก ที่สำคัญเลยเสื้อผ้าสวยมาก อยากฉกมาจากจอได้จิงๆจะฉกมาทุกตัวเลย โหยยย ยิ่งตัวสีชมพูดข้างในลูกไม้น้ำตาลนะ โห...งามมากอ่ะ หนังจบไปแบบที่เพื่อนๆที่อ่านการ์ตูนบอกว่าในการ์ตูนยังไม่จบ แต่ในความคิดเรา ตอนจบในหนังก้อโอเคแล้วนะ ทุกอย่างลงตัวดี ดูเนะๆแบบที่หนังเนะๆแบบนี้ควรจะเป็น น่ารักดี
วันนั้นแจนก้อมาด้วย สวยปิ๊งมาเชียว พอเห็นอีแจนมา เราก้อกลับบ้านไม่ได้แล้วรู้สึกจะทุเรดเกินไป ไปหามันก้อไม่เคยไปหา พอมันมาดันหนีกลับก่อนอีก ก้อเลยต้องอยู่ ความจิงออยากกลับมากๆเลยอ่ะ ฟลัวเฟลอก้อไม่ค่อยอยากดูแล้วเพราะเล่นที่สินกำดึกเกิ้น ยิ่งเดินเข้ามหาลัยเหนฝุงคนนะ....โห อยากจะกลับบ้านเดี๋ยวนั้นเลย อยากอ้วกมากๆ คนเยอะเกินอ่ะ ไม่ชอบเล้ยยเหนแล้วปวดหัว ยั้วเยี้ยดั้วเดี้ยเตมไปหมด แต่ก้อนะก้อต้องอยู่ก้อถึงขั้นนี้แล้วหนิ....แต่ก้อโชคดีอีกนั่นแหละ เพราะปรากดว่าฟลัวเล่นที่ถาปัดสองทุ่มครึ่ง น่าสงสารจังต้องเล่นตั้งสองที่ทั้งสินกำกะถาปัดในหนึ่งคืน...เหนื่อยแค่ไหนเนี่ยย
ได้ดูฟลัวทำให้รู้ว่านักดนตรีเนี่ยมันมีอิทธิพลกับคนแค่ไหน ตอนฟลัวเล่นคนดูเยอะมาก ทุกคนอินมาก ทุกคนมาแบบรักฟลัวจิงๆ เพราะถ้าไม่รักจิงคงไม่มายืนตากเหงื่อ(เหงื่ออกเยอะมาก แบบว่าท่วมเหงื่อตายได้) ร้อนก้อร้อน เหม็นก้อเหม็น(ฮ่าๆๆๆ) บางทีโดนเหงื่อคนอื่นกระเด็นมาโดนอีกต่างหาก พูดแล้วสยอง....แต่ทุกคนก้อมา มาแบบมันมันมันจิงจิ๊งงง ทุกคนร้องตาม ใครร้องไม่ได้ก้อเต้น ยิ่งตอนที่พี่เอิ๊ดจะกระโดดลงมาตีกลองนะ โห...ทุกคนเงียบหมดเลย น่าทึ่งมาก ฟลัวนี่สุดยอดจิงๆ...ฟ้าฝนก้อเปนใจให้กับวงสุดยอดนี้จิงๆ เพราะฝนตกลงมาหลังจากฟัวเล่นจบนิดเดียวเอง ทำให้เราได้ดูฟลัวจนจบไม่ต้องเลิกกลางคัน และเนื่องจากฝนตก ทำให้พวกเราต้องเข้าไปหลบฝนในถาปัด และamazing thailandมากๆ พี่คิวติดฝนที่เดียวกะเรา คนไปขอถ่ายรูปตรึมส์เลย เรายืนละล้าละหลังอยู่นานมากไม่กล้าเข้าไปขอถ่าย แต่ก้อมีไอ้เพื่อนดี ดันผลักเราไปกลางวงซะได้ เค้าหันมามองแบบตกใจนิดๆสายตาเค้าสื่อมากๆว่าอีนี่อะไรของมัน....เราก้อแสนจะเส้ามีเพื่อนชั่วเนี่ย...เฮ้ออ ยังไงก้อตามก้อได้รูปถ่ายกะพี่คิวมาอีกรูป อิอิ หนูเปนกรุปปี้มากๆค่ะ
วันนี้จบลงโดยการรอฝนหยุดตก-->>พยายามเรียกtaxi-->>ไม่มีtaxiเลยต้องเรียกตุ๊กๆ-->>นั่งตุ๊กๆไปลงโรงบาลจุรา-->>เรียกtaxi-->>taxiไล่ลงหน้าสวนลุม(taxiเลวจิงๆเหอะ ปล่อยผู้โดยสารลงกลางทางได้ไง??? ตอนเรียกก้อบอกแล้วว่าไปไหน นั่งไปนั่งมาคงคิดได้มั๊งว่าแถวนั้นรถติดเลยปล่อยพวกเราลงเฉยเลย น่าเรียกตำรวจจับนักพวกนี้....จะเจริญมั้ยละพวกเลือกงาน)-->>เดินไปอีกนิด-->>เรียกtaxiได้อีกคัน-->>กลับบ้านนนนนนน November 14 ฝน...เปียก...สุขวันนี้ฝนตกอีกแล้ว ตากฝนเปียกทั้งตัวเหมือนอาบน้ำเลย อุดส่ามีร่มคันใหญ่แต่คนในร่มสมองดั๋นนไม่ใหญ่ตาม เรา สุ ก้อย เกอ เลยเปียกกันสุดๆ แต่ก้อต้องขอบคุณโบ๊ทที่อุดส่าแบกร่มอันโตเท่าบ้านมาพาพวกเราข้ามฝั่ง...ขอบคุนมากอ่ะจ่ะ
วันนี้รู้คะแนนอีกตัว คะแนนน่ะไม่ได้ดีมากเลย แต่ความสุขมันล้นมากกว่าคะแนนที่ได้ม้ากกกส์ ความทุกข์กระจิดริดโดนความสุขมโหฬารทับถมจนล้นเป็นความสุขล้วนๆออกมาเลยอ่ะ...ขอบคุณนะเซม...อ๊าย อายจัง โลกกลมๆเมื่อวานวันเสาร์ไปฟังงานจุลาวิชาการที่คณะ ฟังพี่กันพูดไปก้อทึ่งไป....พี่กันเก่งจิงๆอ่ะที่สามารถรวบรวมข้อมูลสะเปะสะปะที่พวกเราย่อออกมาเปนงานที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันขนาดนั้น ซูฮกพี่เลยอ่ะ จิงจิ๊งงง....แต่ เอ่อ...พี่คะ ไอ้ที่เราทำมันหายไปไหนอ่ะคะ??? แบบว่าพอจะเข้าใจว่าไอ้หนังสือยกยอนักการเมือง(อดีตนายกเหนียงย้อย)เนี่ยมันเอามาปรับข้อมูลเข้ายาก แต่เอามาแค่หัวข้อก้อได้อ๊ะ.....
พอกลับถึงบ้านก้อเริ่มกิน นอน กิน นอน ชนิดต่อเนื่องจนถึงวันนี้ อยากรู้จิงๆว่าคนเราจะสามารถอ้วนได้แค่ไหนถ้าวันๆไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากกินๆกับนอนๆ...เอาจิงๆตอนนี้ก้อไม่กล้าขึ้นตาชั่งเลย กัวว่าถ้าขึ้นไปแล้วมันจะแบบโอ้ มาย ก็อด!!!ตาชั่งวิ่งไม่หยุดไรงี้ รับไม่ได้ค่ะ....
เพื่อให้เข้ากับหัวข้อก้อต้องเล่าสองเรื่องนี้ปิดท้าย
เรื่องแรก.....วันนี้มีโทสับโทผิดมาแปลกมากเบอเหมือนโทสับบ้านเราเลย เปลี่ยนแค่หลักแรกไปตัวเดียว.....ถ้าเค้าเปนเนื้อคู่เราแบบturn left turn rightล่ะ???? มันคงจะแปลกดี ถ้าเรามีเนื้อคู่จิงๆเหมือนในtltr...เคยหยิบรูปมาดูด้วยว่าจะมีคนที่อยู่ในรูปถ่ายเราทุกๆรูปมั้ย แล้วมันก้อไม่มีหรอก...หาเนื้อคู่มันคงจะไม่ง่ายขนาดนั้นป่ะ?? ฮ่าๆๆๆๆก้อฝันกันป๊ายยย
เรื่องที่สอง....วันนี้หลุยเป็นตัวเชื่อมโยงให้เราได้รู้จักกับเพื่อนสนิทพี่คิวด้วย ได้คุยกันในmsn เราเนี่ยดูเปนกรุ๊ปปี้บ้าดารามากๆ ช่างเสียพิกเจ้อจิงจิ๊งงงฮ่าๆๆๆ ต้องขอบคุณหลุยกะอีบันที่ช่วยให้พิกเจ้อของเราวิกฤตขึ้นทุกวันๆ(esp e-bun)....โลกมันก็กลมจิงจังจิงๆเลย ถ้าสาวไปไกลๆเราจะเปนญาติพี่คิวมั้ยเนี่ย???...จบแล้ว
ขอนิดนึงเหอะ...วันนี้ดูแดจังกึม...ทำไมพระเอกไม่ออกเลยวะ??ฮะ??? November 11 OMG!!!ตายแล้วอ่ะมีblogกับเค้าด้วย หึหึ...ตั้งใจว่าจะเขียนมันทุกวันเลย ก็ในเมื่อเขียนที่เป็นเล่มจริงๆไม่ได้ ก็ขอหน่อยน่า...ก็ชั้นมันคนไฮเทคหนิ
วันนี้ฝนตกหนักมากตอนแรกข้ามตึกไปเรียนไม่ได้ ก็เลยอยากกลับบ้าน แต่คิดได้ว่าแปลกๆมั้ย ไม่มีปัญญาสาวเท้าห้าเก้าข้ามตึกแต่มีปัญญาวิ่งร้อยกว่าเก้าไปขึ้นแท๊กซี่ได้ ก็เลยได้ผลสรุปว่าควรเลือกที่จะไปเรียนมากกว่า ทางเดินห้าเก้าก็โคดจะมีอุปสรรคเห้ออ...น้ำท่วมแบบอาร้ายยย ข้ามไปได้เท้าก็แฉะแบบเห็นฮ่องกงฟุตอยู่รำไรๆ ขึ้นไปเรียนอังกิดกับอาจารย์นิโคลัส สุดจะเฮฮา แต่สามชมก็เกินไปป่ะ??? เข้าชมที่สามสมาธิก็เริ่มแตกซ่าน หรือเราจะเปนไฮเปอวะ?? เรียนกับอาจารย์นิคทำให้ได้รู้ว่าอาจารย์ที่คาบแรกดูน่าเบื่อเกินจะเรียน กลับกลายเปนอาจารย์ไฮโซเฮฮาแบบจับไปเดี่ยวไมโครโฟนได้เลยแฮะ
....วันนี้ป่านเตือนใหญ่เลยว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงานตอนเช้า เราก็แกล้งป่านใหญ่บอกว่าพร่งนี้จะไม่สบายพร้อมทำท่าทางประกอบการพูดด้วยการจามๆไอๆหลายๆรอบ ทุกคนขำ เราก็ขำเว้ย แต่มันเริ่มไม่ขำเพราะตอนเย็นๆเริ่มจะปวดหัวจริงๆ....ถ้าพรุ่งนี้เราปวดหัวจิงๆพวแกก็ต้องหาว่าเราสะตอแน่ๆใช่มั้ยเล่า เว้ยย....เครดิตกรูก้อดีจิงจิ๊งงงง(<<<อีบันดิดบอก)
....วันนี้ไปซื้อกระโปรงร้านรุ่งมาหนึ่งตัว แบบว่าผ่าหน้าด้วย เอ็กกซ์มากกส์(หรอ??) พี่ถามว่าจะผ่าเพิ่มรึเปล่า....จะบ้าหรอผ่าหน้าเพิ่มเนี่ยนะ จะผ่าไปถึงคอเสื้อหรอคะพี่?? มีของแถมอีกอย่างคือพี่ที่ขายบอกว่าตัวที่ซื้อไปดูผอมกว่าตัวที่ใส่อยู่(ตัวที่ใส่อยู่คือร้านน้อง)....อยากบอกพี่ว่าเอ่อพี่ ไม่ต้องยอก็ได้ค่ะ คือหนูก็ซื้อไปแล้วไรงี้ ฮ่าๆๆๆๆ...จบ
นิดนึงเหอะ...เมื่อกี้ป่านโทรมานัดเรื่องพรุ่งนี้อะเกน ถ้าพรุ่งนี้เจ็บไข้ได้ป่วยจริงๆจะทำไงฮะเนี่ยย??? |
|
||||||
|
|